อัพเดท 10 ตุลาคม 2551

โดย นอสตราดามุส

พลังงานหมุนเวียน

ช่วงนี้ เรื่องราวต่าง ๆ ในบ้านเมืองของเรา มันช่างดูวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง ที่ทำให้คนไทยเราตอนนี้ แตกแยกกันทางความคิดอย่างชัดเจน และน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ส่วนปัญหาเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลก ยิ่งทำให้รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ว่าจะต้องกลับไปเจอกับสิ่งเลวร้าย คล้าย ๆ กับเมื่อช่วง 10 ปีที่แล้วอีก
เฮ้อ! ยิ่งคิด ยิ่งกลุ้ม ทำไมคนไทยด้วยกัน ไม่หันมาคุยกัน เพื่อยุติเรื่องราวแย่ ๆ อันนี้ให้มันผ่านพ้นไปซะที แล้วจะได้หันมาร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจ ที่แย่ลง ๆ จนทั่วโลก เจ๊งกันระเนระนาดไปหมดแล้ว ถ้าเรามัวแต่ทะเลาะกัน มันก็ดู "มืดมน" จริง ๆ ครับ สำหรับอนาคตของประเทศไทย
ก็ได้แต่หวังว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จะช่วยดลบันดาลให้ เรื่องราวร้าย ๆ เหล่านี้ ผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็ว และด้วยดี ด้วยเทอญ
ความจริงแล้ว ทุก ๆ วันศุกร์ คอลัมน์ "เล่นด้วยคน" ได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเรื่องราว ที่จะไม่เขียนถึงเรื่องราวของฟุตบอล มาเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ที่เป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน หรือเรื่องราวขำ ๆ กันเพื่อคลายเครียดกันบ้าง แต่วันนี้ ขึ้นต้นคอลัมน์ด้วยความ "หดหู่" ก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่านจริง ๆ ครับ ไปว่ากันถึงเรื่องราวที่ผมขึ้นจั่วหัวเอาไว้ข้างต้นดีกว่า
เรื่องราวนี้ ผมถือว่าเป็นประโยชน์ยิ่ง สำหรับพวกเรา และชาวโลกทุกคนครับ เป็นเรื่องราวที่ได้มาจากเมล์ของกลุ่ม "กรีนพีซ" ในประเทศไทย ซึ่งผมเอง เป็นคนหนึ่ง ที่บริจาคเงินสนับสนุนการทำกิจกรรมของกลุ่ม "กรีนพีซ" มาโดยตลอดทุกปี แม้จะไม่ใช่เงินจำนวนมากมายนัก แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจ ที่อย่างน้อย ก็ได้มีส่วนร่วมกับความพยายามในเรื่องราวดี ๆ ที่กลุ่มดังกล่าวนี้ ทำเพื่อ "โลกของเรา" มาโดยตลอดครับ
ไปติดตามเรื่องราวที่ผมคัดเอามาจาก เมล์ ที่กลุ่ม กรีนพีซ ส่งมาให้ผมกันเลยครับ
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2551 สมาชิกวุฒิสภาของฟิลิปปินส์ ได้ผ่าน "ร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน" ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ จะนำไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม และแสงอาทิตย์ ปริมาณมหาศาล เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งความสำเร็จส่วนหนึ่ง ที่ทำให้วุฒิสภาของฟิลิปปินส์ ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมา ก็เป็นเพราะว่า "กรีนพีซ" รณรงค์เพื่อเรียกร้องให้มี"การปฏิวัติพลังงาน" มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 2 ปีในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลย หากปราศจากการสนับสนุนจากประชาชน และสมาชิก ความสำเร็จครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราพยายามอย่างไม่ท้อถอย และมุ่งมั่นที่จะเห็นโลกที่ดีขึ้นสำหรับลูกหลานของเรา เราจะประสบผลสำเร็จในที่สุด ยิ่งเร็ว ก็ยิ่งดี
ความสำเร็จของประเทศฟิลิปปินส์ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่เป็นไปได้ในการปฏิวัติพลังงาน และเพื่อไม่ให้ประเทศไทยล้าหลัง เราต้องหยุดการใช้ถ่านหินที่ทำลายสภาพภูมิอากาศที่ร้ายกาจที่สุดนี้ และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงาน
เรามาร่วมกันรวมพลังเรียกร้องให้นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ให้หันมาใส่ใจข้อเรียกร้องของประชาชน และดำเนินการออกกฎหมายการใช้พลังงานหมุนเวียนและ มาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพไงละครับ
 
 

 

Back to the top