|

|
ลิวอิส แฮมิลตัน นักซิ่งหนุ่มอังกฤษ
ทำให้โลกต้องจับตามองหลังเป็นนักซิ่งอายุน้อยที่สุด ในประวัติศาตร์ที่คว้าแชมป์โลก
ฟอร์มูล่าวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา .. อย่างไรก็ตามสำหรับเจ้าตัวแล้ว
เป็นการทำความฝันในวัยเด็กให้เป็นจริง
ลิวอิส วัย 23 อายุได้เพียง 10 ขวบตอนเข้ามาบอก
รอน เดนนิส ว่าตั้งใจจะคว้าแชมป์โลก ให้กับ แม็คลาเร็น ทั้งคู่ ได้เจอกันเมื่อตอน
ลิวอิส ได้รับเชิญเข้ารวมงานกาล่า ดินเนอร์ ในฐานะแชมป์โก-คาร์ท บริติช
คราวนั้น แฮมิลตัน แต่งหล่อสุดเท่าที่จะทำได้
สูทสีเขียวเข้มตรงปรี่เข้าหา เดนนิส ด้วยความมั่นใจ พร้อมกล่าวว่า "ผมอยากขับให้
แม็คลาเร็น และจะเป็นแชมป์โลกให้ได้"
พรสวรรค์ด้านความเร็วของ แฮมิลตัน
ถูกค้นพบตั้งแต่วัยเด็ก บิดา แอนโธนี่ ตั้งชื่อตามตำนานจ้าวความเร็วของโลกชาวสหรัฐอย่าง
คาร์ล ลิวอิส แต่ แอนโธนี่ รู้ดีว่า ลูกชายจะไปได้สวยกว่าถ้ามานั่งกดคันเร่งหลังพวงมาลัย
ไม่ใช่นักกรีฑา
บิดา แอนโธนี่ ทุ่มเททั้งกำลังเงิน
และเวลาเพื่อสนับสนุนลูกชาย ลิวอิส ให้ไปถึงเป้าหมาย หลังดันเข้าแข่งขัน
โก-คาร์ท ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ความทุ่มเททุกอย่างก็ออกผลในเวลา 2 ปี เมื่อ
ลิวอิส กลายเป็นนักซิ่งอายุน้อยที่สุดตลอดกาลคว้าแชมป์ British Cadet Kart
ปีถัดมา ก็ได้แชมป์ ไฟว์ เนชันส์,
Sky TV Kart Masters และซีรีส์ค้นหาดาวของ McLaren Mercedes Champions of
the Future
แอนโธนี่ ผู้จัดการบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง
สู้อุตสาห์พาลูกชาย ขับรถตระเวณจากบ้านใน ฮาร์ทฟอร์ดเชียร์ ไปทั่วประเทศแม้ว่าจะมีปัญหาด้านการเงินอยู่
ขณะที่คู่แข่งของ แฮมิลตัน ส่วนใหญ่แล้วมาจากตระกูลคนมีเงิน นั่งโฟร์วีล
มาถึงสนามแตแฮมิลตัน มากับป๊า พร้อม โว๊กซ์ฮัลล์ คาวาเลียร์ คันเก่า และคาร์ทมือ
2 ราคา 1,000 ปอนด์
แชมป์โลกปี 2008 กล่าวถึงการแข่งขันวัยเด็กให้ฟังว่า
"ผมไม่คิดว่าทุกคนจะมาจากพื้นฐานเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลูกคนรวย"
"แต่สำหรับผมแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือผมมีครอบครัวที่อบอุ่นเยี่ยมยอด
ซึ่งทุกคนให้การสนับสนุนผมเสมอมา"
แต่หลังจากผลงานในสนามเป็นที่ประจักษ์
เวลาต่อรอบดีที่สุ บรรดาผู้ผลิตสินค้าต่างๆก็ออกโรงให้การสนับสนุนเรือยๆ
ทั้งยางรุ่นใหม่ที่ออกมา,เครื่องยนต์ และทุกอย่างเพื่อเป็นการสนับสนุนดาวรุ่งอนาคตไกล
ในปี 1997 ได้แชมป์ บริติช อีกครั้ง
รวมถึงแชมป์ McLaren Mercedes Champions of the Future ซีรีส์ จากนั้น 1
ปีถัดมา ฟอร์มเข้าตาบอส แม็คลาเร็น รอน เดนนิส ทีทำให้ความฝัน แฮมิลตัน เป็นจริงไปตามสเต็ป
เซ็นสัญญามาเข้าโปรแกรมปั้นดาวรุ่งของ แม็คลาเร็น ด้วยอายุ 13 ปี กลายเป็นนักซิ่งอายุน้อยที่สุดในประวัติศาตร์ที่เซ็นสัญญากับทีมฟอร์มูล่าวัน
เมื่อปี 2000 แฮมิลตัน ซิวแชมป์ยูโรเปียน
คาร์ทติ้ง และ แชมป์โลก ปีถัดมาเปลี่ยนมาเป็นรถเต็มๆ และจบอันดับ 5 ในการแข่งขันวินเทอร์
ซีรีส์ ครั้งแรก ของ British Formula Renault Winter Series และจบอันดับ
3 ในแชมเปียนชิพ พอยต์
ด้วยวัย 18 ปี แฮมิลตัน ประสบความสำเร็จบันทึกอีกสถิติ
หลังคว้าแชมป์ ฟอร์มูล่า เรโนลต์ ก่อนจบฤดูกาล 2 สนาม ในปี 2004 จบอันดับ
5 ในการแข่งขัน F3 ยูโรซีรีส์ ครั้งแรก ก่อนได้แชมป์ปีถัดมา
ปี 2006 ก้าวขึ้นไปอีกขั้นแข่ง GP2
ซีรีส์ ซึ่งต่ำกว่าฟอร์มูล่า วัน เพียงระดับเดียว ก่อนจะคว้าแชมป์ตั้งแต่ลฤดูกาลแรก
ซึ่งทำให้ตำนานอย่าง เซอร์สเตอร์ลิง มอสส์ ถึงกับออกปากชม
Q&A : Patrice
Evra
Q : ประการแรกเลยขอถามก่อน
กังวลมั๊ยกับคะแนนที่ ลิเวอร์พูล และ เชลซี นำเหนือทีมอยู่ ณ เวลานี้ ?
เอฟร่า : ไม่นะ .. เร็วไปที่จะตระหนกตกใจ
เกมลีกมันเหมือนวิ่งมาราธอน แน่นอน ลิเวอร์พูล กับ เชลซี ทำได้เยี่ยม แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าช่วงปลายฤดูกาลที่เกมหนาๆหนักๆใครจะเหนียวแน่นกว่ากัน
.. ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับตอนเริ่มต้นเท่านั้น
Q : พอใจกับฟอร์มตัวเองแค่ใหน
? เหมือนว่าจะกลับมาคืนฟอร์มเก่งแบบที่เคยเป็นเมื่อฤดูกาลก่อนแล้ว ..
เอฟร่า : แรกๆก็ลำบากเหมือนกันนะ
ผมไม่ได้ร่วมทีมตอนทัวร์พรีซีซั่นหลายเกม เพราะไปเตะเกมชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
.. รู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อกลับมา โดยเฉพาะหลังจากนึกถึงความสำเร็จที่เราทำได้ฤดูกาลก่อน
แต่ก็ต้องระวังตัวเพราะความสำเร็จที่ผ่านพ้นไปมันไม่ได้หมาย ความว่าอนาคตจะทำได้แบบนั้นถ้าจมปลักอยู่กับมัน
.. มันต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู฿เสมอ ต้นฤูกาล ผมบอกกับตัวเองว่า "แพ็ท นายยังไม่ได้แชมป์อะไรเลย
ณ เวลานี้" มันช่วยให้ผมมีสมาธิ และช่วยทีมคว้าแชมป์มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
เมื่อคุณเป็นแชมป์ มันยากกว่าที่คุณจะรักษาแชมป์ให้อยู่กับมือ แต่ความท้าทายที่รออยู่มันน่าตื่นเต้น
และผมคิดถึงเรื่องนี้ทุกเช้าก่อนมาซ้อม
Q : การต่อสัญญาใหมเมื่อซัมเมอร์
มันทำให้คุณมีสมาธิกับเกมมากขึ้นหรือเปล่า ?
เอฟร่า : ให้ความรู้สึกดีนะ
และเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก เพราะผมตั้งใจจะอยู่กับยูไนเต็ดต่อไปแบบนี้
สโมสรแสดงให้เห็นว่าผมเป็นที่ต้องการและต้องการให้ผมต่อสัญญา ผมอยากได้แชมป์กับสโมสรแห่งนี้มากกว่าทีเป็นอยู่
และรู้ว่านี่คือที่ที่ให้สิ่งที่ผมต้องการ และเราทำได้
Q : ดูเหมือนคุณจะกลายเป็นฟูลแบ็กที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว
ณ เวลานี้ .. แต่คิดว่ายังมีจุดใหนอีกมั๊ยที่ตัวเองต้องพัฒนา ?
เอฟร่า : ผมต้องการสานต่อฟอร์มแข็งแกร่งในเกมรับ
ฤดูกาลนี้ผมเองอยากทำประตูให้ได้มากขึ้น รู้ว่าตัวเองทำได้ แต่ที่ผ่านมากับ
ยูไนเต็ ผมไม่ค่อยได้ยิงมากนัก แน่นอนหน้าที่หลักของผมคือเกมรับ และต้องทำหน้าที่ตัวเองให้สมบูรณ์แบบ
แต่ก็หวังเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้สร้างโอกาส และทำประตูมากขึ้น
Q : คุณปะทะกับนักเตะระดับโลกมานักต่อนัก
โดยเฉพาะในสนามซ้อมทุกวันที่ แคริงตัน .. .มันช่วยพัฒนาเกมของคุณมั๊ย ?
เอฟร่า : เมื่อคุณชนนักเตะอย่าง
รอนนี่,เวย์น,คาร์ลอส หรือ เบอร์บา ได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครอีกแล้ว
พวกนี้คือสุดยอของวงการ และทุกวันผมร่วมซ้อมกับพวกเขา รู้สึกได้ถึงพัฒนาการของตัวเอง
จำได้ว่าตอนเล่นกับ บาร์เซโลนา ฤดูกาลที่แล้ว ผมเจอกับ เมสซี่ เต็มๆ .. แต่ก่อนเกมผมก็มั่นใจอยู่แล้วว่ายังไงต้องจัดการเขาอยู่หมัด
เพราะมันเหมือนไม่ใช่ประสบการณ์ใหม่สำหรับผม
Q : คุณลงเล่นให้ ยูไนเต็ด
ไปเกิน 100 เกมแล้ว .. สรุปผลงานจากวันนั้นถึงวันนี้ กับยูไนเต็ด ?
เอฟร่า : ผมสวดมนต์ขอบคุณพระเจ้าทุกวันที่ทำให้ผมยังคง
ได้เดินอยู่บนเส้นทางแห่งความฝันของตัวเอง นักเตะหลายต่อหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเล่นให้
สโมสรแห่งนี้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับโอกาส เป็นเหตุผลว่าทำไมทุกครั้งที่ลงสนาม
ผมถึงให้ความสำคัญและเคารพในเกียรติเสื้อสีแดงและตราสมสร .. มีความสุขกับทุกนาทีที่ลงสนาม
เป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อเมื่อได้เล่นให้ทีมแห่งนี้เกิน 100 หวังว่าจะมีโอกาสได้รับใช้ทีมมากกว่าที่เป็นอยู่
|
|