bassketballonline

อัปเดท 7 พฤษภาคม 2551
พิสตันส์ อัด เมจิก มหัศจรรย์ไม่ออก
2 เกมในบ้านตนเอง ส่วน แตน ฮอร์เน็ตส์
ส่งแชมป์เก่าตกสถานการณ์ลำบาก

แชมป์เก่า สเปอร์ส คงไม่เชื่อว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เสียแล้วกับ การออกมาเยือนแตน ฮอร์เน็ตส์ 2 นัดเมื่อกลับไปมือเปล่า ขณะที่ ดีทรอยต์ ไล่ทุบทีมคนหนุ่ม เมจิก มหัศจรรย์ไม่ออกพ่ายกลับไปแบบมือเปล่าเช่นกัน
ดีทรอยต์
29
21
28
22
100
ออร์แลนโด
29
11
36
17
93
ที่ ดีทรอยต์ : ชอว์นซี่ย์ บิลลัพส์ ทำ 28 คะแนนรวมถึงที่ชู้ต 3 ครั้งในปลายควอเตอร์ 3 ก่อนช่วยให้ ดีทรอยต์ พิสตันส์ ขึ้นนำทีมคนหนุ่ม ออร์แลนโด เมจิก เป็น 2-0 เกมหลังถล่มซ้ำเป็นหนที่ 2 ไป 100-93 ในบาส NBA เพลย์ ออฟ รอบ 2
รวมถึงที่เขาชู้ตลูก 3 คะแนนสุดท้ายเมื่อเหลือ 0.5 วินาทีของปลายควอเตอร์ 3 ทำให้ ดีทรอยต์ นำทีมเยือนเมจิก เป็น 78-76 ด้วยแม้จบครึ่งแรกด้วย การถูกเจ้าบ้านนำห่างถึง 14 คะแนนแต่ เมจิก ก็ไม่ยอมแพ้ปล่อยให้เจ้าบ้าน ชนะได้อย่างง่ายดายเมื่อไล่จี้มาตลอดก่อนมาพลาดในช่วง 10.9 วินาทีที่เหลือเมื่อ ปล่อยให้ บิลลัพส์ มาชู้ตลูกโทษ 2 หนทำให้ ดีทรอยต์ นำห่างเป็น 5 คะแนนก่อน ชนะไปในที่สุด เมจิก จะกลับบ้านเปิดรังต้อนรับ การมาเยือนของ ดีทรอยต์ บ้างในวันพุธที่จะถึงนี้ ดิไวท์ โฮเวิร์ด ทำ 22 คะแนน 18 รีบาวด์ 2 บล็อก จาเมอร์ เนลสัน ทำอีก 22 คะแนนรวมถึงที่ชู้ต 3 คะแนน 5 ก่อนฟาวล์ครบออกไป ราสฮาร์ด ลูอิส ทำ 20,มัวริซ อีแวนส์ 13 และเฮโด้ เติร์กโคกลู ทำอีก 12 คะแนนให้กับ เมจิก ราสฮีด วอลเลซ กับเทย์ชอว์น พริ้นซ์ ทำคนละ 17 คะแนนโดย พริ้นซ์ ทำอีก 10 รีบาวด์ 5 assists เจสัน มาซีล ทำ 11 คะแนนให้เจ้าบ้าน
หลังจบควอเตอร์แรกด้วยการ เสมอกันที่ 29 เท่ากัน ดีทรอยต์ ก็เร่งเครื่องรวดเดียวนำ ทีมเยือนห่าง 10 คะแนนเมื่อจบครึ่งแรก หลังปล่อยให้เจ้าบ้านนำห่าง เมจิก มาลุยเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังด้วยการชู้ต 3 คะแนนได้ 7 จาก 11 ครั้งระหว่างทำ 36 คะแนนในควอเตอร์นี้แต่น่าเสียดายที่ เติร์กโคกลู กับลูอิส 2 คนรวมกันเสีย turnover 17 จากทั้งหมด 19 ครั้งเลยทำให้ เมจิก หมดโอกาสที่จะแซงขึ้น นำก่อนแพ้ไป ในที่สุด..... Notes : ดีทรอยต์ มีปัญหากับการประกบ โฮเวิร์ด เมื่อ อันโตนิโอ แม็คดายส์ ฟาวล์ครบออกไปเมื่อเหลือ 3 นาทีสุดท้ายหลังเจ้าตัวทำได้แค่ 6 คะแนนกับ 8 รีบาวด์.....ดีทรอยต์ ไม่แพ้ให้ เมจิก กับการเล่นเพลย์ ออฟ มา 9 เกมติด รวมถึงปีที่แล้วด้วยที่เจอกันในรอบแรกและทีมชนะ 3-1
นิวออร์ลีนส์
22
20
36
24
102
สเปอร์ส
23
20
18
23
84
ที่ นิวออร์ลีนส์ : คริส พอล ทำคนเดียว 30 คะแนน 12 รีบาวด์ ช่วยให้แตน นิวออร์ลีนส์ ฮอร์เน็ตส์ เขย่าขวัญแชมป์เก่า แซน อันโตนิโอ สเปอร์ส ให้หวาดกลัวด้วยการขึ้นนำ 2-0 เกมหลังทุบแชมป์เก่าเป็นหนที่ 2 ด้วยสกอร์ 102-84
พีญ่า สตอยโควิค ชู้ต 3 คะแนนไป 5 ครั้งก่อนทำไป 25 และ ไทสัน แชนด์เลอร์ ทำอีก 5 คะแนน 11 รีบาวด์ให้ ฮอร์เน็ตส์ ที่กลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาที่นำ สเปอร์ส 2-0 ได้หลัง เลเกอร์ส คือทีมสุดท้ายที่ทำได้เกมที่ 3 จะแข่งกันวันพฤหัสบดีที่บ้านของ สเปอร์ส ทิม ดันแคน ทำ 18 คะแนน 8 รีบาวด์ มานู จิโนบิลลี่ ทำอีก 13,โทนี่ย์ พาร์เกอร์ 11 และเบร็นต์ บาร์รี่ย์ ทำอีก 14 คะแนนให้ทีมเยือน สเปอร์ส ที่ยังล้มเหลวกับการชู้ต 3 คะแนนเมื่อทำได้แค่ 8 จาก 27 ครั้งหรือ 42.5% ขณะที่เจ้าบ้านทำได้ 48% จิโนบิลลี่ ทำ 6 คะแนนในช่วง สเปอร์ส ทำคะแนน 8-0 พร้อมกับขึ้นนำ 29-22 เมื่อออกสตาร์ตต้นควอเตอร์ 2 จากนั้นเจ้าบ้านก็มาแก้คืนบ้าง 9-2 ทำให้คะแนนมาเสมอกันที่ 31 คริส พอล ที่ทำ 11 คะแนนในครึ่งแรกทำให้ ฮอร์เน็ตส์ ขึ้นนำสำเร็จ 42-40 เมื่อเหลือ 8 วินาทีก่อนที่ พาร์เกอร์ จะมาชู้ต 3 คะแนนคืนทำให้ สเปอร์ส กลับขึ้นมานำเจ้าบ้าน 43-42 เมื่อจบครึ่งแรก
ฮอร์เน็ตส์ ออกสตาร์ตครึ่งหลังด้วย การทำคะแนน 10-0 รวมถึงที่ สตอยโควิค กับ มอร์รีส ปีเตอร์สัน ช่วยกันชู้ต 3 คะแนนทำให้เจ้าบ้านหนีห่างไปเป็น 52-43 จากนั้น พอล และสตอยโควิค ก็มาชู้ต 3 คะแนนกันอีกคนละครั้งส่งให้ ฮอร์เน็ตส์ หนีห่างไปเป็น 70-56 และ 78-61 เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์สุดท้าย ดันแคน ที่ทำ 7 คะแนนใน 8 นาทีแรกมาทำ 17 คะแนนหลัง แชนด์เลอร์ ถูกเปลี่ยนตัวออกไป แต่ท้ายสุดแล้วก็ไม่อาจช่วยให้ทีมชนะได้....Notes : มีแฟนเข้าชมทั้งหมดในเกมนี้ 17,927 คนซึ่งนั้นถือเป็นการขายตั๋วหมดเป็นเกมที่ 11 ติดของเจ้าบ้านด้วย .....ฮอร์เน็ตส์ ไม่เคยชนะกับการลงเล่นในเพลย์ ออฟ รอบ 2 มาก่อนหลังเคยแพ้มา 0-4

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3212